​ซุปไก่มันฝรั่งเมนูสุขภาพ

วันนี้เอาสูตรดีๆที่แสนอร่อยมาฝากแม่บ้านทุกคนนะครับ เห็นจากภาพแล้วอยากกินมากเลย แต่คงไม่มีโอกาสหรอกมั้ง เพราะแม่บ้านผมเป็นคนที่มีความสามารถในการทำกับข้าวและความขยันที่ค่อนข้างมากเกินไป อิอิอิ
อย่าได้รอช้า ลุยเลยงั้น

– ไก่ วันนี้ผมใช้ ปีกบน เหมือนเดิม(ตอนทำไก่ตุ๋นใช้ไม่หมดหัวเราะ)
– มันฝรั่ง เลือกใช้หัวที่แข็ง และไม่มีตำหนิ
– มะเขือเทศ เลือกลูกที่ดูแล้วสวยๆ ตรงหัวมีใบสีเขียวๆ อยู่
– หอมใหญ่ เลือกที่หัวยังแน่นๆ ไม่มีราดำ
– ขึ้นฉ่าย
– ข่า
– กระเทียม
– อบเชย
– พริกไทยดำ
– เกลือ
– ผงปรุงรสไก่ บางคนไม่ใส่ก็ได้นะครับ ใส่เพื่อให้ซุปกลมกล่อมขึ้น

เตรียมของเสร็จก็มาเริ่มทำกัน
– ตั้งน้ำให้เดือด(หม้อคู่ใจ ใบเดิม ขอยืมภาพจากตอนทำไก่ตุ๋นนะครับ พอดีลืมถ่ายมา
– พอน้ำเดือดก็ใส่ ข่า อบเชย พริกไทยดำ กระเทียม แล้วตามด้วยไก่ ต้มไว้สัก 20 นาที(ระหว่างต้มกลิ่นจะออกมาหอมมาก
บางคนก็ใช้รากผักชี บางคนก็ใส่แต่มันฝรั่งกับไก่ ลงไปเลย แล้วแต่สูตรเลยครับ ***

*** อย่าลืมช้อนฟองนะครับ เดี๋ยวน้ำจะขุ่นเอา ***
– 20 นาทีผ่านไปก็เอามันฝรั่งลงได้เลยครับ แล้วก็ต้มไว้อีก 10 นาที
– ผ่านไป 10 นาทีก็เอาหอมใหญ่ลงเลยครับ(ทำสบายๆ ชิวไปเรื่อยเปื่อย
– 10 นาทีต่อมาหอมใหญ่เริ่มใส ก็เอามะเขือเทศลงหม้อตามไปเลยครับ จากนั้นก็ต้มไปเรื่อยๆ ประมาณ 10 นาที
– ใส่ขึ้นฉ่าย แล้วปรุงรสด้วยเกลือกับผงปรุงรสไก่ครับ(ถ้าไม่มีรสไก่ ใช้รสหมูแทนก็ได้ครับ ที่ใส่ผงปรุงรสเพราะทำให้น้ำกลมกล่อมขึ้น)

*** สำหรับบางคนตอนปรุงรส มีทั้งน้ำปลา น้ำตาล เกลือ พริกไทยป่น ฯลฯ อันนี้แล้วแต่ความชอบเลยนะครับ ***
ตักมาชิมสักถ้วยนึง ไก่เปื่อย มันฝรั่งนุ่ม หอมใหญ่กับมะเขือเทศเปื่อยพอดี

ขอขอบคุณเจ้าของสูตรและภาพจากสมาชิกหมายเลข873861เว็บพันทิป http://pantip.com/topic/31100664

អត្តសញ្ញាណប័ណ្ណ-บัตรประชาชน ภาษาเขมรวันละคำ រៀនភាសាថៃ

ภาษาเขมร : អត្តសញ្ញាណប័ណ្ណ
อ่านว่า : อัดตะสัญญาณบัณ
แปลว่า :บัตรประชาชน
អានថា : បាត់ប្រៈឆាឈន់
English : ID card

ตัวอย่าง : កំហុសឆ្គងក្នុងអត្តសញ្ញាណប័ណ្ណខ្មែរដែលគួរឲ្យអស់សំណើច។ អានត-อ่านต่อ

​สูตรน้ำราดข้าวหมูแดงหมูกรอบ

และวิธีทำหมูแดง สูตรนี้ขายดีคิดค้นโดย กิมเล้ง อร่อยต่อเนื่องมาตั้งแต่ยังสาว

เครื่องปรุงน้ำราด
– ขิงหั่นละเอียด 1 ช้อนชา
– กระเทียมสับละเอียด 1/2 ช้อนโต๊ะ
– หอมแดงสับละเอียด 2 ช้อนโต๊ะ
– รากผักชีสับละเอียด 1/2 ช้อนโต๊ะ
– เต้าเจี้ยวดำ 1 ช้อนโต๊ะ (สำหรับใส่ราดหน้า)
– ผงพะโล้ 1/2 ช้อนชา
– น้ำตาลปีบ ¼ ถ้วยตวง
– น้ำตาลทราย 3 ช้อนโต๊ะ
– ซอสมะเขือเทศ 2 ช้อนโต๊ะ
– ซีอิ๊วขาว 3 ช้อนโต๊ะ
– ซอสปรุงรส 1 ช้อนโต๊ะ
– แป้งมันฮ่องกง หรือแป้งท้าวยายม่อม ¼ ถ้วยตวง (แป้งจะไม่คืนตัว)
– เหล้าจีน 1/4 ช้อนชา
– พริกไทยป่น 1/4 ช้อนชา
– น้ำต้มหมู หรือน้ำซุปเข้มเข้น 3 ถ้วยตวง

วิธีทำ
1.เจียวหอมแดง กระเทียม ขิง รากผักชีให้เหลืองหอม นำไปบดหรือโขลกพร้อมเต้าเจี้ยวดำให้ละเอียด
2.ใส่น้ำตาลปีบในน้ำมันที่ใช้เจียวเครื่องปรุงในข้อ 1 เคี่ยวด้วยไฟอ่อนจนน้ำตาลละลาย ใส่ซอสมะเขือเทศ น้ำตาลทราย ผงพะโล้ ซีอิ๊วขาว และซอสปรุงรส 
3.ใส่น้ำต้มหมูหรือน้ำซุปเคี่ยวจนเดือด ใส่แป้งมันฮ่องกงหรือแป้งท้าวยายม่อมละลายน้ำเล็กน้อย คนให้เข้ากันอย่าให้แป้งจับตัวเป็นก้อน ยกลงจากเตา แล้วใส่เหล้าจีนคนให้เข้ากัน
4.หอมแดงโขลกหรือสับ 3 – 4 หัว นำไปเจียวให้เหลือง นำน้ำมันเจียวหอมไปผสมกับน้ำหมูกรอบตามข้อ 3 คนให้เข้ากัน

ส่วนผสมหมูแดง
ส่วนประกอบและเครื่องปรุง
1. ผักชี 2 ต้น ใช้ทั้งรากและใบ
2. กระเทียมกลีบใหญ่ 7 กลีบ
3. เนื้อหมูสันใน 1 เส้น (ครึ่งกิโลกรัม)
4. น้ำตาลทราย 1 ถ้วย
5. น้ำปลา 1/2 ถ้วย
6. พริกไทยป่น 1 ช้อนชา
7. ผงพะโล้ 1 ช้อนโต๊ะ
8. สีผสมอาหารสีแดง 1 ช้อนชา

วิธีการทำหมูแดง

ทุบรากผักชี และกระเทียม (ไม่ต้องปอกเปลือก) เพราะว่าเครื่องต่างๆ เอาไว้หมักเพื่อความหอมเท่านั้น

นำเนื้อหมูสันในมาจิ้มด้วย ที่ทิ่มหมูกรอบ เพื่อให้ส่วนผสมซึมเข้าไปในเนื้อหมูมากขึ้น ทำทั้งสองด้าน เหตุที่ใช้เนื้อหมูสันใน เพราะว่าเมื่อนำไปย่างแล้วจะนุ่ม ไม่กระด้างและไม่แข็งจนเกินไป เหมาะที่จะนำมาทำเป็นหมูแดง

คลุกเคล้าเครื่องปรุงทั้งหมดให้เข้ากัน เริ่มจากน้ำตาลทราย น้ำปลา พริกไทยป่น ผงพะโล้ สีผสมอาหารสีแดง ลงในชามผสมอาหารสเตนเลส

หมูแดงจะรสชาติหวานเค็ม ต้องใส่น้ำตาลมากเป็นพิเศษซึ่งน้ำตาลจะช่วยทำให้หมูแดงที่นำไปย่างมีความมันเงาบนเนื้อของหมู

ใส่ผักชีและกระเทียมที่ทุบแล้วลงไป ใส่หมูสันในลงไป

ขยำเครื่องปรุงต่างๆ ให้เข้าไปในเนื้อหมูสันใน จากนั้นทิ้งไว้ 1 คืน หรือหากมีเวลาจำกัด อาจทิ้งไว้ซัก 2 ชั่วโมงก็สามารถนำเนื้อหมูสันในที่ผ่านการหมักมาย่างได้

นำหมูแดงเข้าเตาอบที่อุณหภูมิ 200 องศา 40 นาที ส่วนน้ำหมักหมูแดงอย่าเพิ่งทิ้ง สามารถนำมาใช้ทำน้ำหมูแดงต่อได้

ขอบคุณสูตรโดยกิมเล้ง http://www.sookjai.com/index.php?topic=37067.0
เครดิตภาพจากอินเตอร์เน็ต
ขอขอบคุณที่มา : Chomphoonut Panomai

​ความดันโลหิตสูง ภัยเงียบที่ต้องระวัง

เป็นที่ทราบกันดีว่าหากวัดระดับความดันโลหิตแล้วปรากฎว่าสูงกว่า 120/80 มิลลิเมตรปรอท นั่นแสดงว่าคุณตกอยู่ในภาวะเสี่ยงต่อความดันโลหิตสูง ซึ่งจะทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนได้มากมาย แม้ว่าคนที่เป็นความดันโลหิตสูงอาจจะไม่มีการแสดงอาการใดๆ แต่หากปล่อยไว้โดยไม่รักษาจะทำให้ អានត-อ่านต่อ

อังกฤษน่ารู้จากเฟส จิล อังกฤษพาเพลิน

เห็นดีเลยเอามาแชร์ต่อ คือผมก๊อปปี้มาเลยครับ

​เมื่อวานไปซื้อของที่ซุปเปอร์ เจอหัวไชเท้า เลยจับใส่ตระกร้าปุ๊บในทันใด แล้วก็ไปที่ checkout ซึ่งก็คือเคาน์เตอร์จ่ายเงิน หรือคนอังกฤษมักจะเรียกว่า till สั้นๆ
– Go to pay at the till. ไปจ่ายเงินที่เคาน์เตอร์ หรือที่เราเรียกว่าแคชเชียร์ 

แต่จริงๆแล้ว cashier ก็คือพนักงานที่ประจำอยู่ที่เครื่องคิดเงิน (the cashier is a person at the till.) แต่เราก็สามารถ pay at the cashier ได้เช่นกัน แต่คนอังกฤษมักนิยมใช้  till มากกว่า 

แต่สำหรับคนอเมริกัน till เป็นคำที่ค่อนข้างล้าสมัย เขาจะใช้นิยมใช้ checkout แทน

พนักงานสาวน้อย จับหัวไชเท้าขึ้นมาพิจารณาดู แล้วถามว่า นี่มันเรียกว่าอะไรอ่ะ 

พนง: What is it? What do you call this thing? 

55 ฝรั่งเจอหัวไชเท้าถึงกับงง สงสัยเป็นพนักงานใหม่ เพราะที่นี่มีขายมานานแล้ว

ก็เลยบอกอีนางไป “It’s called Mooli.”

นางอึ้งไปแป้บแล้วถามว่า How do you spell it? มันสะกดไงอ่ะเจ๊

จิลก็อดขำไม่ได้ แล้วก็สะกดให้นาง เพราะนางต้องคีย์หาชื่อในเครื่อง 

M o o l i (มูลี่)

แล้วนางก็ร้องด้วยความดีใจ…

พนง: There it is! You’re right! I’ve never seen this thing before.

เจอแล้ว นี่ไง ใช่จริงๆด้วย ชั้นไม่เคยเห็นมันมาก่อนเลย

จิลก็เลยแหย่ไปว่า…

You should try eating it raw. I guarantee it will blow your head off. But it’s good for a cold though. 

เธอลองกินแบบดิบๆนะ รับรองหัวระเบิดแน่ (55) แต่เวลาเป็นหวัดกินดีนะ 

พนง: What does it taste like? (งือ นางไม่จบซะที ) รสชาติมันเป็นไงอ่ะ (อีนางถามต่ออีก)

จิล: Sharp. It has a sharp and peppery taste like radishes. มันมีรส เผ็ดๆ ร้อนๆ เหมือนพริกไทย คล้ายๆหัวราดิชอ่ะจ๊ะ 

พนง: I like radishes. I like to eat it with cream cheese dip. ชั้นชอบหัวราดิชนะ จิ้มกับครีมชีสอร่อยดี… (แหมช่างพูดจริงอีหนู)

จ้า.. ให้เจ้ไปนะ เจ้ปวดฉี่… 

จิล: Good choice. Thank you and see you later. 

แล้วเจ้ก็เดินจากไปอย่างรวดเร็วเพราะปวดห้องน้ำมาก

 ————————————–

⚠ หัวไชเท้ากับราดิช เป็นพืชที่มีสายพันธุ์เดียวกัน ที่อังกฤษเค้าเรียกว่า mooli แต่บางที่ก็เรียกว่า daikon หรือ white radish ส่วน radish จะเป็นหัวเล็กๆสีแดงๆค่ะ

= = = = = = = = = = = = = 

มาดูสำนวนกับประโยคกันดีกว่า

= = = = = = = = = = = = = 

– It’s called…. = มันเรียกว่า….

– I’ve never seen it before. = ชั้นไม่เคยเห็นมันมาก่อน 

– You should try + v-ing.  = คุณน่าจะลอง(ทำบางอย่าง)

– blow your head off  =  ทำให้หัวระเบิด (โดยยิงหัวระเบิด) ในที่นี้คือ มันเผ็ดขึ้นจมูกจนหัวแทบระเบิด

– It’s good for someone/something. =  มันดีสำหรับใครหรืออะไร

– What does it taste like?  = มันมีรสชาติเป็นยังไง 

        It tastes like….  =  มันมีรสแบบ …. 

        It has a (sweet, salty, bitterly) taste.  =  มันมีรสชาติ ….

– How was the taste? (อันนี้ถามเมิ่อทานไปแล้ว) = รสชาติเป็นยังไงอ่ะ (ประมาณว่าอร่อยมั้ย good or bad)

        It’s alright/not bad. ก็ดีนะ

        It’s minging. แหวะ ไม่อร่อยเลย 

** minging (อ่านว่า ‘มิงงิ่ง’ ) เป็นคำแบบอังกริ๊ดอังกฤษนะคะ แปลว่า very bad, unpleasant or ugly.

ส่วน minger (อ่านว่า ‘มิงงะ’) ใช้เรียกคนหรือสิ่งที่สกปรก ไม่น่ามอง น่าขยะแขยง

– dip  = พวกซอสที่เอาไว้ทานกันคู่กับผักหรือแครกเกอร์หรืออืนๆ 

** รูปปลากรอบคือราดิช

លេងបៀ-เล่นไพ่ ภาษาเขมรวันละคำ

image

ภาษาเขมร : លេងបៀ
อ่านว่า : เลง เบีย
แปลว่า : เล่น ไพ่
ภาษาอังกฤษ : Play Card

ตัวอย่าง : យាយៗ ទំនេរពេកទេដឹង បបួលគ្នាលេងបៀដូចក្មេងស្ទាវ។
อ่านว่า : เยียย ๆ ต็ม เน เปก เต เดิ๊ง บอ บวล คเนีย เลง เบีย โดย์จ กเมง ซเตียว
แปลว่า : ยายๆ ว่างเกินไปหรือป่าว พากันเล่นไพ่อย่างกับเด็กวัยรุ่น

​สมุนไพรสามประสานบำรุงหัวใจ

ตำรับยาสมุนไพรกระเจี๊ยบ-พุทราจีน-เตยหอม สูตรตำรับเดียวตามตำราแพทย์แผนไทย ที่ใช้ป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจอุดตันและโรคหลอดเลือดสมองตีบ 
 1. กระเจี๊ยบแดง 

นอกจากมีฤทธิ์ขับปัสสาวะ ขับนิ่วในไต และในระบบทางเดินปัสสาวะแล้ว ยังมีฤทธิ์ลดไขมันในเลือด และรักษาโรคความดันโลหิตสูง รวมทั้งลดความเหนียวข้นของเลือดลง ทำให้การไหลเวียนของโลหิตทั่วร่างกายดีขึ้น ซึ่งก็ช่วยรักษาเส้นเลือดขอดให้ทุเลาลงได้ด้วย

 2. พุทราจีนสุก 

ช่วยบำรุงโลหิต บำรุงร่างกาย บำรุงประสาท แก้โรคนอนไม่หลับ นอกจากนี้ ยังอุดมด้วย អានត-อ่านต่อ

ប្រយោគបញ្ជាក់ពីតម្រូវការ-ประโยคแสดงความต้องการ ภาษาเขมรวันละคำ រៀនភាសាថៃ

ภาษาเขมร : ប្រយោគបញ្ជាក់ពីតម្រូវការ
อ่านว่า : ปรอโยค บังญ์ เจียะ ปี ด็อมโรว กา
แปลว่า : អានត-อ่านต่อ

ប្រយោគសំណូមពរ-ประโยคขอร้อง ภาษาเขมรวันละคำ រៀនភាសាថៃ


ภาษาเขมร : ប្រយោគសំណូមពរ
อ่านว่า : ปรอโยคซ็อมโนมโป
แปลว่า : អានត-อ่านต่อ

ប្រយោគបញ្ជា-ประโยคคำสั่ง ภาษาเขมรวันละคำ រៀនភាសាថៃ


ภาษาเขมร : ប្រយោគបញ្ជា
อ่านว่า : ปรอโยค บังญ์ เจีย
แปลว่า : អានត-อ่านต่อ

ប្រយោគបដិសេធ-ประโยคปฏิเสธ ภาษาเขมรวันละคำ រៀនភាសាថៃ

ภาษาเขมร : ប្រយោគបដិសេធ
อ่านว่า : ปรอโยก ปะเดะแสด
แปลว่า : អានត-อ่านต่อ

เดดสะมอเร่ย์ ใช่แปลว่าตายไหม ผมงงมาเป็นชาติละ

ศัพท์แสลงไทยแปลว่าตายแหงแก๋ ตายลูกเดียว ตายไม่ฟื้น ตายแน่ๆ ตายน่าอนาถ
มาจากชื่อเพลงสากลที่ร้องโดย Dean Martin ชื่อ That’s Amore ซึ่งแปลว่า มันคือความรัก

คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ

มีนักแต่งเพลงชาวไทย นคร มงคลายน นำเพลงนี้มาแปลงเป็นเพลงไทยแบบตลก ชื่อเพลงว่า รักรวนเร

คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ

ซึ่งในเพลงแปลงคำว่า That’s Amore เป็น เดดสะมอเร่ย์
หลังจากนั้น เทิ่ง สติเฟื่อง (บรรยงค์ เสนาลักษณ์) พิธีกร นักแสดง และตลกชื่อดัง ได้นำคำนี้มาใช้ในการจัดรายการโ?รทัศน์ จนเรียกได้ว่าเป็นวลีประจำตัว (signature) ซึ่งก็ติดปากคนไทยมาหลายยุคหลายสมัยจนถึงทุกวันนี้

ขอบคุณข้อมูลจาก Pantip

បេះ-เก็บ ภาษาเขมรวันละคำ រៀនភាសាថៃ

คำว่าเก็บในภาษาไทยนี้้จะเป็นปัญหาในการ ใช้ภาษาเขมรของพี่น้อง ชาวไทยหลายคน เพิ่งจะรู้ว่าคำว่าผิดในภาษาไทยมีความหมายหลายอย่างในภาษาเขมร เดี๋ยวสอนคำนี้ไปก่อน ค่อยอธิบายในส่วนท้าย

ภาษาเขมร : បេះ

อ่านว่า : แบ๊ะฮ์

แปลว่า : เก็บ

អានថា : គេប់

English : to collect fruits, to harvest

ตัวอย่าง : ម្សិលម្ង៉ៃខ្ញុំទៅបេះស្វាយចុងរដូវ អត់សូវមានផ្លែទេ។

อ่านว่า :  มเซิล เม็งญ์ คญม เติว แบ๊ะฮ์ ซวาย จง โรโดว อ็อด โซว เมียน แพลย์ เต

แปลว่า : เมื่อวานก่อนผมไปเก็บมะม่วงท้ายฤดู ไม่ค่อยมีผลเลย

អានថា : មឿវ៉ានកន ភ៎ម់ ប៉ៃគេប់ម៉ៈមួង់ថាយរឹឌូ ម៉ៃខយ់មីភ៎ន់លើយ
By: Admin Ken Rithy Ny

มรภ.บุรีรัมย์ ทำ MOU ทางวิชาการกับรพ.บาลบุรีรัมย์เปิดหลักสูตรพยาบาลศาสตร์ในปี 2560

*****วันนี้(29 ส.ค. 59) เวลา 13.40 น.  ที่บริเวณลานเอนกประสงค์ หน้าอาคาร 7 โรงพยาบาลบุรีรัมย์ รองศาสตราจารย์ มาลิณี  จุโฑปะมา อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ นายแพทย์จรัญ  ทองทับ  ผู้อำนวยการโรงพยาบาลบุรีรัมย์ ลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) สร้างความร่วมมือทางวิชาการระหว่างมาหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์กับโรงพยาบาลบุรีรัมย์ ในการร่วมกันเสริมสร้างความเข้มแข็งทางวิชาการส่งเสริมการจัดการเรียนการสอน ทั้งทางด้านบุคลากรทางการแพทย์ นักวิชาการ เครื่องมือ อุปกรณ์ห้องปฏิบัติการ เพื่อการผลิตบัณฑิต หลักสูตรพยาบาลศาสตร์ ของมหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ ภายในปี 2560 ให้บรรลุเป้าหมาย โดยมีคณะผู้บริหาร แพทย์ พยาบาล นักวิชาการ อาจารย์ร่วมแสดงความยินดีเป็นกันอย่างพร้อมเพรียง

*****รองศาสตราจารย์ มาลิณี  จุโฑปะมา อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ เปิดเผยว่า ได้มีการสำรวจความต้องการว่ามีนักเรียน นักศึกษาในพื้นที่ จ.บุรีรัมย์ สนใจที่จะศึกษาต่อในสาขาวิชาพยาบาลศาสตร์มากถึง 80-90 % ซึ่งทางมหาวิทยาลัยราชภัฎบุรีรัมย์ ได้แผนพัฒนาหลักสูตรพยาบาลศาสตร์นี้ เพื่อตอบสนองความต้องการดังกล่าว โดยได้รับความร่วมมือกับโรงพยาบาลบุรีรัมย์ ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ตกลงความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยบูรพา ในการเป็นมหาวิทยาลัยพี่เลี้ยง โดยขณะนี้ได้มีการพัฒนาเตรียมหลักสูตรไปแล้วประมาณ 80-90 % แต่ยังขาดในส่วนของบุคลากรที่จะเป็นผู้รับผิดชอบหลักสูตร และได้มีการเปิดรับสมัครและได้ผู้รับผิดชอบหลักสูตรเกือบครบแล้ว ประกอบกับได้รับความร่วมมือกับทางโรงพยาบาลบุรีรัมย์ในครั้งนี้ จึงทำให้มหาวิทยาลัยราชภัฎบุรีรัมย์ มีความพร้อมเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ ในการเปิดทำการเรียนการสอนในหลักสูตรนี้ และขณะนี้กำลังดำเนินการเพื่อขออนุญาต การรับรองจากสภามหาวิทยาลัย สภาการพยาบาล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการรับรองหลักสูตรพยาบาลวิชาชีพ และการรับรองหลักสูตร ซึ่งคาดว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไร และคาดว่าในเร็ววันนี้จะสามารถเปิดทำการเรียนการสอนได้อย่างแน่นอน

*****ด้านผู้อำนวยการโรงพยาบาลบุรีรัมย์ กล่าวว่า การให้ความร่วมมือผลิตบัณฑิตหลักสูตรพยาบาลศาสตร์ กับทางมหาวิทยาลัยราชภัฎบุรีรัมย์ในครั้งนี้ ได้มีการร่วมมือกันในการใช้ทรัพยากรของทั้ง 2 ฝ่าย อาทิ นักวิชาการ บุคลากรทางการแพทย์ เครื่องมือ อุปกรณ์ ห้องปฎิบัติการ ตลอดจนปัจจัยด้านอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการผลิตบัณฑิต ซึ่งทางโรงพยาบาลบุรีรัมย์มีความพร้อมในทุกด้าน อีกทั้งที่โรงพยาบาลบุรีรัมย์ ยังมีศูนย์แพทย์ศาสตร์ศึกษาชั้นคลินิก ที่เปิดการสอนนักศึกษาแพทย์ในชั้นปีที่ 4,5,6 ด้วย และยังมีนักศึกษาแพทย์ด้านต่างๆมาฝึกงานที่โรงพยาบาลบุรีรัมย์ จึงถือเป็นการร่วมผลิตแพทย์ด้วย ดังนั้นการที่มหาวิทยาลัยราชภัฎบุรีรัมย์ จะเปิดสอนหลักสูตรพยาบาลศาสตร์นี้ นอกจากจะเป็นการเพิ่มช่องทาง และเปิดโอกาสให้นักเรียนนักศึกษาในพื้นที่และใกล้เคียง ได้ศึกษาในด้านนี้แล้ว ยังจะเป็นการสร้างงานและแก้ไขปัญหาการขาดแคลนบุคลากรทางการแพทย์ในอนาคตด้วย

อ้างอิงจาก เฟสบุ๊ค มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์

ក្រុមជម្រើសជាតិ-ทีมชาติ ภาษาเขมรวันละคำ រៀនភាសាថៃ

image

ภาษาเขมร : ក្រុមជម្រើសជាតិ
อ่านว่า : กรม จุมเร่อะ เจียด
แปลว่า : ทีมชาติ
អានថា : ធីមឆាត
English : National Team

ตัวอย่าง : 99% អ្នកនៅផ្ទះគឺកំពុងបើកទូរទស្សន៍មើលក្រុមជម្រើសជាតិខ្មែរ។
อ่านว่า : เกาเสิบ เพียะโรย เนียะ เนิว พเตี๊ยะ กือ ก็อมปุง เบิว์ก เมิว์ล กรม จุมเรอะ เจียะ คแมย์
แปลว่า : អានត-อ่านต่อ

วันนี้ขอเสนอคำว่า អប្សរា ในภาษาเขมรและ अप्सरा  ในภาษาเนปาลี

เขมรเขียนว่า អប្សរា ภาษาเนปาลีเขียนว่า अप्सरा  ทั้งสองคำนี้อ่านว่า อับ-สะ-รา  คำว่า “อัปสรา” นั้น มาจากคำว่า “อัป” (หมายถึง น้ำ) และ “สร” (หมายถึง การเคลื่อนไป) อัปสร จึงหมายถึง ผู้ที่เคลื่อนไปในน้ำ อันเป็นกำเนิดของนาง ทว่าโดยทั่วไป ถือว่านางเป็นชาวสวรรค์




​ช่วงนี้ขอเสนอเมนู…..ปลาช่อนลุยสวน!!!

* พริกขี้หนูหั่นฝอย 1 ช้อนโต๊ะ (ปรับเพิ่ม/ลด ตามความชอบ)

* น้ำมะนาว 3 ช้อนโต๊ะ

* น้ำตาล 2 ช้อนโต๊ะ

* น้ำปลา 4 ช้อนโต๊ะ

* ผักชีฝรั่งหั่นฝอย 1/4 ถ้วยตวง

* ผักชีหั่นฝอย 1/4 ถ้วยตวง

* ใบสาระแหน่เด็ด 1/4 ถ้วยตวง

* ตะไคร้หั่นฝอย 2 ช้อนโต๊ะ

* หอมแดงซอย 3 ช้อนโต๊ะ

* เปลือกมะนาวหั่นเป็นสี่เหลี่ยมลูกเต๋า 1 ช้อนโต๊ะ

* ผักต้มอื่นๆสำหรับทานพร้อมปลา (แครอท, ข้าวโพดอ่อน, อื่นๆ)

* น้ำมันสำหรับทอด

     วิธีทำทีละขั้นตอน

1. นำปลาไปทำความสะอาด ขอดเกล็ด เอาไส้ออก ล้างอีกครั้ง บั้งข้างตัวปลา (เพื่อให้สุกทั่วเวลาทอด)ผึ่งให้แห้ง

2. ตั้งน้ำมันให้ร้อน ในกระทะและนำไปตั้งไฟอ่อน ทอดปลาให้สุกทีละข้าง (หนึ่งข้างใช้เวลาประมาณ 10 นาที) ระหว่างทอดอย่ากลับหน้าปลาจนกว่าข้างหนึ่งข้างใดจะสุก เพราะจะทำให้เนื้อปลาเละไม่น่าทาน

3. เมื่อข้างหนึ่งสุกจึงกลับหน้าไปอีกข้าง โดยเวลาในการทอดอีกข้างให้สุกจะไม่นานเท่าข้างแรก (ใช้เวลาประมาณ 5 นาที) เมื่อปลาสุกดีแล้วให้นำออกมาวางบนกระดาษซับมัน แล้วจึงนำไปจัดใส่จานไว้

4. ทำน้ำปรุงโดยผสมน้ำมะนาว, น้ำปลา, น้ำตาล, หอมแดง, ตะไคร้, ผักชี, ผักชีฝรั่ง, เปลือกมะนาวหั่นและพริกขี้หนู ชิมและปรับรสตามความชอบ

5. เวลาเสริฟ สามารถเสริฟแยกปลากับน้ำปรุงรส หรือราดน้ำปรุงรสบนตัวปลาเลยก็ได้ ก่อนเสริฟโรยหน้า ใบสาระแหน่บนตัวปลา จัดผักต้มไว้ข้างจาน เสริฟทันทีพร้อมข้าวสวยร้อนๆหรือเป็นกับแกล้มก็ดี

​ทำไม ? ถึง ไม่ควรใช้น้ำเกลือมาล้างผัก

ถ้าพูดถึงเกลือ ก็คงนึกถึง ความเค็ม ที่เต็มไปด้วยสารพัดประโยชน์ ไม่ว่าจะเกี่ยวข้องกับอาหาร หรือไม่ได้เกี่ยวกับอาหาร ก็ตาม เกลือถูกนำไปใช้กันอย่างหลากหลาย แต่ก็อย่าลืมนะคะว่าสิ่งที่มีประโยชน์ก็ยังทำให้เกิดโทษ เราจะมาดูโทษของเกลือ ซึ่งเป็นเรื่องง่ายๆ ที่บางครั้งถูกมองข้ามไปนะคะ การล้างผัก บางคนเข้าใจผิดว่าเกลือ สามารถลดสารพิษที่ตกค้างอยู่ในผักได้ แต่ความเป็นจริงแล้ว ไม่ได้เป็นอย่างนั้นนะคะ เพราะว่าเกลือเป็น “โซเดียมคลอไรด์” ที่มีส่วนทำให้สารตกค้างอย่างยาฆ่าแมลงนั้นคงทนยิ่งขึ้น ทำให้มันยังตกค้างอยู่ในผักและผลไม้ อย่านำผักและผลไม้แช่น้ำเกลือทิ้งไว้นะคะ เพราะนอกจากไม่มีประโยชน์ในเรื่องของการลดสารพิษในผักและผลไม้ของคุณแล้ว ยังจะทำให้คุณได้รับสารพิษจากการทานผักและผลไม้นั้นๆด้วยค่ะ มาดูวิธีล้างผักแบบปลอดภัยกันนะคะ 
8 วิธีล้างผัก ที่คุณเองก็ทำได้ ด้วยสิ่งที่อยู่ในครัว ใกล้ตัวคุณ 

1)น้ำไหล เด็ดผักเป็นใบๆ ใส่ตะกร้าโปร่ง เปิดน้ำไหลแรงพอประมาณ ใช้มือช่วยคลี่ใบผัก ล้างนาน 2 นาที ลดสารพิษฆ่าแมลงได้ 25-39 % 

วิธีใช้น้ำไหลล้างผักค่อนข้างเปลืองน้ำ ถ้าเป็นไปได้, ควรเก็บน้ำล้างผักไว้รดต้นไม้ หรือใช้ทำประโยชน์อย่างอื่น 

2) โซดาทำขนมปัง ใช้โซดาทำขนมปัง(โซเดียมไบคาร์บอเนต) 1 ช้อนโต๊ะผสมน้ำอุ่น 20 ลิตร(1 กาละมัง) แช่ผักทิ้งไว้ 15 นาที ลดสารพิษได้ 90-95 % 

3)น้ำส้มสายชู เตรียมน้ำส้มสายชู 0.5 % โดยใช้น้ำส้มสายชู อสร. 1 ขวดผสมน้ำ 4 ลิตร แช่ผักทิ้งไว้ 15 นาที ลดสารพิษฆ่าแมลงได้ 60-84 % 

4)แช่น้ำ ล้างผักรอบแรกให้สะอาด เด็ดผักออกเป็นใบๆ แช่ในอ่างน้ำนาน 15 นาที ลดสารพิษฆ่าแมลงได้ 7-33 % 

5)ลวกผัก ลวกผักด้วยน้ำร้อนลดสารพิษได้ 50 % ส่วนการต้มนั้นลดสารพิษได้ 50 % เช่นเดียวกัน 

แต่จะมีสารพิษตกค้างในน้ำแกง จึงควรล้างผักลดสารพิษก่อนทำแกง 

6)ปอกเปลือก การปอกเปลือก หรือลอกใบชั้นนอกออก เช่น กะหล่ำปลี ฯลฯ แล้วแช่ผักในน้ำสะอาดนาน 5-10 นาที จากนั้นล้างด้วยน้ำสะอาดอีกครั้งลดปริมาณ สารพิษตกค้างได้ 27-72 % 

7)ด่างทับทิม แช่ผักด้วยน้ำด่างทับทิม นาน 10 นาที 

ใช้ด่างทับทิม 20-30 เกล็ด ผสมน้ำ 4 ลิตร แล้ว ล้างด้วยน้ำสะอาดอีกครั้ง ลดปริมาณสารพิษตกค้างได้ 35-43 % 

8)น้ำปูนใส เตรียมน้ำปูนใสอิ่มตัวผสมน้ำเท่าตัวแช่ผักด้วยน้ำปูนใส นาน 10 นาที 

จากนั้นล้างด้วยน้ำสะอาดอีกครั้ง ลดปริมาณสารพิษตกค้างได้ 34-52% 

เพียงแค่คุณใส่ใจเรื่องง่ายๆอย่างการล้างผัก มันอาจจะทำให้คุณมีชีวิตที่ยาวนานขึ้นอีกนะคะ เราปลูกผักทานเองไม่ได้ แต่เราเลือกที่จะทานผักแบบปลอดภัยได้นะคะ 

ขอบคุณข้อมูลจาก : วารสารหมอชาวบ้าน และChef Ble 

ขอบคุณรูปภาพจาก : campus.sanook.com